ข้อบ่งชี้ในการเริ่มใช้ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์รูปแบบสเปรย์พ่นจมูก ในทางปฏิบัติ โดยเริ่มใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ ในระยะเริ่มต้นของกระบวนการอักเสบจากภูมิแพ้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และสามารถคุมอาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้ทั้งหมด ต่อไปนี้
เมื่อผู้ป่วยมีอาการจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม และคันจมูก) ที่เป็นต่อเนื่อง (มีอาการเรื้อรังเกิน 4 วันต่อสัปดาห์และนานกว่า 4 สัปดาห์ติดต่อกัน) หรือ มีปานกลางถึงรุนแรงที่มีอาการรบกวนการนอนหลับ การเรียน หรือการทำงาน ยาพ่นสเตียรอยด์ควรเริ่มใช้เป็นยาหลัก
ในกรณีที่ยาต้านฮีสตามีนชนิดรับประทานอย่างเดียวไม่สามารถควบคุมอาการได้อย่างเพียงพอ เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูก หรือจมูกอุดตันเรื้อรัง
Perennial Allergic Rhinitis: สามารถใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ได้ทุกวันหรือเป็นเวลานานในผู้ป่วยที่มีอาการตลอดทั้งปี ที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้จำพวกไรฝุ่น แมลงสาบ รังแคสัตว์ เชื้อรา เป็นต้น
ส่วนกลุ่มที่มีอาการเล็กน้อยและไม่ต่อเนื่องอาจเริ่มจากยาต้านฮีสตามีน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเด่นเรื่องคันจมูก หรือจาม ยาต้านฮีสตามีนอาจใช้เป็นตัวเลือกแรก แต่หากมีอาการคัดจมูกเรื้อรัง หรือไม่ตอบสนองต่อยาต้านฮีสตามีนช่วงแรก ควรพิจารณาเริ่มใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของการบวมของเยื่อบุโพรงจมูกเป็นเวลานาน จนกลายเป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลัน
โรคหอบหืดร่วมกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Asthma coexisting with allergic rhinitis) ซึ่งพบร่วมกันได้บ่อยถึง 80%
โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีริดสีดวงจมูก (Chronic rhinosinusitis with nasal polyp)
จมูกอักเสบจากภูมิแพ้เมื่อมีอาการทางตาร่วมด้วย เนื่องจาก ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์รูปแบบสเปรย์พ่นจมูกสามารถลดอาการทางตาได้โดยผ่าน nasolacrimal reflex
ควรอธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าการออกฤทธิ์จะไม่เกิดขึ้นทันที โดยปกติจะใช้เวลา 12–24 ชั่วโมง และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นใน 3–7 วัน เน้นย้ำให้ใช้ยาทุกวันแม้ว่าอาการจะดีขึ้น เนื่องจากอาการดีขึ้นแต่ยังมีพยาธิสภาพของการอักเสบในเยื่อบุโพรงจมูกอยู่ ดังนั้นควรให้ผู้ป่วยใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์จึงจะประเมินประสิทธิผลได้อย่างแท้จริง เนื่องจากฤทธิ์ของยาพ่นจะออกฤทธิ์เต็มที่หลังใช้ต่อเนื่องในระยะเวลานี้