ผู้ป่วยโรคหืด 70–90% มีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ร่วมด้วย ส่วนผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีโรคหืดร่วมด้วยถึง 40% ที่สำคัญโรคจมูกอักเสบที่ไม่ได้รับการควบคุมสามารถทำให้อาการของโรคหืดแย่ลงได้ และควบคุมอาการได้ยาก
ในความเป็นจริงแล้วโรคหืดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโรคทางเดินหายใจอักเสบที่มีพยาธิสรีรวิทยาการเกิดโรคร่วมกัน (IgE-mediated inflammation)
เซลล์อักเสบหรือสารสื่อกลางอักเสบก็เป็นชนิดเดียวกัน เช่น Eosinophils, Mast cells หรือ Cytokines จึงเกิดแนวความคิดที่เรียกว่า "One airway, one disease concept" (ทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างเชื่อมโยงซึ่งกันละกัน การที่ไม่สามารถควบคุมการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบนได้ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนล่างตามมา)
ประโยชน์ของการใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ฉีดเข้าโพรงจมูก
เพื่อความคุมอาการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe allergic rhinitis) โดยมีโรคหืดเป็นโรคร่วม จะช่วยให้การควบคุมโรคหืดที่ดีขึ้น (Improved Asthma Control)
ลดปริมาณเซลล์อักเสบหรือสารสื่อกลางอักเสบในจมูกและการหยดของสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูก ที่ถูกส่งไปทางเดินหายใจส่วนล่าง ส่งผลให้ลดการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนล่างตามมา
ลดการตอบสนองของหลอดลม (bronchial hyperresponsiveness) มากเกินไป อาการกำเริบของโรคหืดน้อยลงในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยคอร์ติโคสเตียรอยด์ฉีดเข้าโพรงจมูก
ลดความจำเป็นในการใช้ short-acting beta-agonists (SABA) อัตราการไปห้องฉุกเฉินและการเข้ารักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการกำเริบของโรคหืดลดลงในผู้ป่วยที่ใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ฉีดเข้าโพรงจมูกเป็นประจำโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe allergic rhinitis)
นอกจากนี้ผลทางอ้อมทำให้คนไข้นอนพักผ่อนได้อย่างเพียงพอเนื่องจากการตื่นกลางดึกน้อยลง เนื่องจากการไหลเวียนของอากาศในจมูกดีขึ้น